0-3Y/เด็กเล็ก RSS

อาหารเด็ก -

          ทำไมเราถึงต้องพูดถึงเรื่องความหนืดของอาหารแต่ละช่วงวัย ก็เพราะว่าปัจจุบันนั้นความหนืดของอาหารแต่ละช่วงวัยนั้นสำคัญมากๆ เพราะทารกในแต่ละวัยนั้นต้องการอาหารที่เป็นอาหารเหลว และมีความหนืด ความละเอียดที่แตกต่างกันออกไป นั่นก็เพราะง่ายต่อการทาน ไม่เป็นอันตราย ปลอดภัย           ถ้าคุณพ่อคุณแม่มีลูกในวัยที่กำลังหัดทานอาหารเสริม เพิ่มเติมจากมื้อหลัก นั่นก็คือนมแม่ อาจจะกำลังสับสนอยู่ก็ได้ว่า เด็กวัยใด ต้องการอาหารแบบใด เรามีคำตอบให้สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ทั้งหลายค่ะอาหารเด็กทารก          อาหารของเด็กทารกแรกเกิดนั้นพูดง่ายๆ เลยก็คือนมแม่ นมแม่ล้วนๆ อย่างเดียวเลยไม่ต้องสืบเลยว่าต้องเป็นอาหารประเภทใด ช่วงแรกเกิดจนถึง 6 เดือนแรกนั้น ทารกได้รับสารอาหารที่เพียงพอจากน้ำนมแม่แล้ว ถ้าคุณแม่สุขภาพดี สามารถให้นมลูกได้อย่างเต็มที่ ทารกเติบโตได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด การทานนมแม่อย่างเดียวก็เพียงพอต่อการเติบโตของลูกน้อยไปจนถึง 6 เดือนแรกได้เลย แต่หลังจากนั้น จะต้องเพิ่มเติมสารอาหารบางชนิดให้กับเขาตามวัยของเขาด้วย เช่น เหล็ก สังกะสี โปรตีน ไอโอดีน วิตามินเอ เป็นต้น เพื่อการเจริญเติบโตตามปกติของเขา          แต่ในกรณีที่การเจริญเติบโตของทารกนั้นมีแน้วโน้มที่จะลดลง เช่น น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นน้อยมาก หรือน้ำหนักตัวไม่เพิ่มเลย หรือคุณแม่ไม่สามารถให้นมแม่ทานได้อย่างเต็มที่ อาจจะต้องให้อาหารตามวัยของทารกที่มีอายุก่อน 6 เดือนได้ แต่จะต้องไม่ให้อาหารเสริมก่อนอายุ 4 เดือน และจะไม่ช้าไปกว่าทารกอายุ 6 เดือน ซึ่งจะอยู่ในช่วง 5-6 เดือน ที่จะต้องสังเกตการเปลี่ยนแปลงน้ำหนัก และพัฒนาการของลูกน้อยว่ามีแนวโน้มไปทางด้านตามเกณฑ์หรือเจริญเติบโตลดลง ความหนืดของอาหารทารก          เนื่องด้วยทารกนั้นยังไม่สามารถเคี้ยวอาหารได้ อาหารที่เราจะเสริมให้ทารกในแต่ละช่วงวัยนั้นจะต้องเป็นอาหารเหลว แต่อาหารเหลวแต่ละวัยนั้นจะมีความหนืดที่แตกต่างกัน ซึ่งความหนืดของอาหารนั้นจะช่วยในเรื่องของการเพิ่มปริมาณอาหารที่ทารกกินเข้าไปได้ เมื่ออาหารนั้นมีความเข้มข้นของพลังงาน มากกว่าหรือเท่ากับ 1.0 กิโลแคลอรี/กรัม แต่ถ้าอาหารนั้นมีความเข้มข้นของพลังงาน น้อยกว่าหรือเท่ากับ 1.0 กิโลแคลอรี/กรัม อยู่แล้ว การลดความหนืดของอาหารลงจะทำให้ไม่มีประโยชน์           ซึ่งในต่างประเทศนั้นการลดความหนืดของอาหารนั้นจะทำโดยการเติม เอนไซม์อะมิเลสลงในอาหาร จะช่วยในเรื่องของการลดความหนืดของอาหารลง แต่ในประเทศไทยนั้น จะใช้การทำให้ข้าวทั้งเมล็ดนั้นทำให้งอก...

Read more

babyfood, babyfun, babymoov, babytalk, bambigarden, bebon, child development, infantino, การดูแลครรภ์ -

            เสียงดนตรี เสียงเพลง หรือบทเพลงต่างๆ นั้น เป็นเสียงที่มีอยู่ในทุกๆ ช่วงวัย พูดไม่ได้ว่าเราจะขาดเสียงเพลงไปไม่ได้เลย ในแต่ละช่วงวัย เสียงเพลง เสียงดนตรี คือท่วงทำนองในการบรรเลงควบคู่ไปกับจังหวะชีวิต ตอนเด็กที่เพิ่งออกจากท้องแม่ ก็ได้ยินเสียงเพลงกล่อมเด็ก เสียงเพลงกล่อมนอน หรือแม้แต่เพลงกล่อมเด็กที่ออกมาจากปากของแม่ พอช่วงวัยที่เริ่มเป็นเด็กเล็กก็เปลี่ยนเป็นเพลงที่มีเนื้อร้อง มีทำนองที่สนุกสนานดึงดูดความสนใจขึ้นมาหน่อย เมื่อวัยเริ่มผ่านไปถึงช่วงวัยว้าวุ่น เริ่มมีความรัก บทเพลงที่ฟังก็เริ่มเปลี่ยนไป เมื่อใดที่รักนั้นพ้นผ่านไป บทเพลงที่ฟังนั้นก็เริ่มเศร้าลง บทเพลง เสียงเพลง ดนตรีบรรเลง ต่างก็อยู่กับเราในทุกๆ ช่วงอายุจริงๆ           ดังนั้นเราจะมาพูดถึงเรื่องของเสียงเพลง หรือเสียงดนตรี ในช่วงวัยแรกเกิด หรือวัยทารก จริงๆ แล้วเด็กนั้นจะได้ยินเสียงมาตั้งแต่ในท้องแม่ สังเกตุได้จากที่เรานั้นสามารถใช้เครื่องมือที่ช่วยฟังเสียงของลูกในท้องตัวเองได้ และบางเครื่องมือสามารถทำให้แม่และลูกในท้องนั้นได้ยินเสียงของกันและกัน และสามารถทำให้คุณแม่ฟังเพลงไปพร้อมกับลูกน้อยในท้องได้อีกด้วย ซึ่งเราสามารถใช้จุดนี้มาเป็นข้อดีในเรื่องของการกระตุ้นการรับรู้ของเด็กตั้งแต่อยู่ในท้องเลยก็ได้           จากเมื่อก่อนนั้นเวลาที่คุณแม่ตั้งครรภ์ มักจะร้องเพลงกล่อมเด็ก หรือคุยกับลูกน้อยในท้องเบาๆ จากนั้นก็รอดูการตอบสนองต่อเสียงที่เราส่งไปถึงลูกในท้อง อาจจะตอบกลับมาด้วยการดิ้นของเด็กในท้อง เพราะเขาได้ยินเสียงเรา เสียงของแม่คือสิ่งเร้าที่จะทำให้ลูกนั้นดิ้นเพื่อตอบสนองนั่นเอง เด็กบางคนอาจจะเตะ ต่อย ดิ้นรุนแรงเมื่อเขาได้ยินเสียงของแม่ นั่นก็คือการตอบสนองต่อเสียงกับเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์ แต่ในปัจจุบันนั้น มีเสียงดนตรี มีเสียงเพลงกล่อมเด็ก มีดนตรีบรรเลง สำหรับเปิดให้เด็กฟังตั้งแต่อยู่ในท้องแม่แล้ว ก็สามารถเปิดให้ลูกน้อยในท้องฟัง เพื่อกระตุ้นการรับรู้ของลูกน้อยได้          หลังจากที่ใช้เสียงเพลงกระตุ้นการรับรู้ของลูกน้อยในท้องแล้ว เมื่อลูกน้อยออกมาดูโลกใบใหญ่นี้ เสียงเพลงยังเป็นสิ่งสำคัญต่อพวกเขาอย่างต่อเนื่อง ไปดูกันว่า เสียงเพลงแต่ละจังหวะนั้น สำคัญต่อลูกน้อยอย่างไร เสียงเพลงในช่วงก่อนนอน           เสียงเพลงที่เราจะใช้เปิดให้ลูกฟังในช่วงก่อนนอนนั้น สามารถเปิดจังหวะช้าๆ ให้ลูกฟังได้ จะเป็นเพลงบรรเลง หรือเสียงดนตรีก็ได้ หรือจะเป็น ซิมโฟนีท่อนที่ 2 โมสาร์ท หรือเพลงของนักดนตรีชื่อดัง ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของเสียงเพลงกล่อมเด็กก็ได้ เพราะเสียงเหล่านี้จะมีคลื่นเสียงทำให้คลื่นสมองนั้นพัฒนา ทำให้เซลล์ประสาทของเด็กนั้นทำงานได้ดียิ่งขึ้น ทำให้เด็กมีสมาธิ ทำให้เกิดการพัฒนาการเรียนรู้ที่ดีต่อไป เสียงเพลงในช่วงที่ลูกตื่น...

Read more

ห่อตัวทารก -

  เป็นเวลา 9 เดือนที่ทารกค่อยๆ พัฒนาเจริญเติบโตขึ้นในครรภ์ของคุณแม่ ทารกจะลอยตัวอยู่ในถุงน้ำคร่ำ ซึ่งภายในน้ำคร่ำจะมีอุณหภูมิอุ่นๆ ทำให้ทารกรู้สึกสบาย และปลอดภัย ทารกจะใช้ช่วงระยะเวลาที่อยู่ในถุงน้ำคร่ำนี้ในการพัฒนาร่างกาย รวมทั้งการกิน นอนหลับ ตื่น ขับถ่าย ดังนั้นภายในครรภ์ของคุณแม่จึงเปรียบเสมือนโลกใบน้อยๆ ของทารก   เมื่อทารกคลอดออกมาจากครรภ์ของคุณแม่ต้องมาเผชิญกับโลกภายนอกที่ทั้งใหญ่ และเสียงดัง ทารกจะยังไม่สามารถปรับตัวเข้ากับอากาศและอุณหภูมิที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงกับโลกภายในครรภ์ของคุณแม่ได้ ทำให้ทารกเกิดความหวาดระแวง กลัว โดยจะสื่อออกมาด้วยการส่งเสียงร้องไห้ และเพื่อให้ทารกรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัยเหมือนอยู่ในครรภ์ของแม่ จึงจำเป็นต้องมีผ้าห่อตัวเด็กแรกเกิดสำหรับใช้ในการห่อตัว ทำไมต้องใช้ผ้าห่อตัวทารก จะสังเกตได้ว่าทารกแรกคลอดหลังจากทำความสะอาดร่างกายแล้ว จะมีการใช้ผ้าห่อตัวทารก คุณพ่อคุณแม่มือใหม่อาจกำลังสงสัยว่าทำไมจะต้องใช้ผ้าห่อตัวเด็กด้วยซึ่งเหตุผลของการห่อตัวเด็กก็เพราะในช่วงเดือนแรกหลังคลอด ทารกต้องปรับตัวกับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างไปจากครรภ์ของแม่ ทำให้ผ้าห่อตัวทารกจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญสำหรับทารกเป็นอย่างมากเพราะการห่อตัวสามารถช่วยกระชับแขนขาของทารกให้แนบแน่นกับลำตัวไม่ให้เคว้งคว้างทำให้ทารกรู้สึกเสมือนว่ากำลังนอนคู้ตัวอยู่ในครรภ์ของแม่ที่สำคัญยังช่วยลดอาการสะดุ้งตกใจจากเสียงดังรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นเสียงคนคุยกัน หรือเสียงลม และการห่อตัวทารกยังช่วยให้เกิดความอบอุ่น ช่วยรักษาอุณหภูมิของร่างกาย ทำให้ทารกไม่รู้สึกหนาวเย็น วิธีการเลือกผ้าห่อตัวทารก     ผ้าห่อตัวทารกมี 2 แบบ คือ ผ้าฝ้าย(Cotton) และ ผ้าขนหนู       ผ้าฝ้าย ข้อดีคือ จะเก็บความอุณหภูมิได้ดีกว่าและมีการใช้งานได้นานกว่า ใช้ตอนกลางวันเหมาะ       ผ้าขนหนู ข้อดีคือ สามารถดูดซับน้ำได้ดีกว่าผ้าคอตตอน ข้อเสียคือ เมื่อมีการใช้งานไปนานๆ เนื้อผ้าจะหลุดลุ่ยเสื่อมสภาพเร็วกว่าผ้าคอตตอน ใช้สำหรับหลังอาบน้ำหรือห่อตัวกลางคืนจะอบอุ่น            ผ้าห่อตัวทารก ควรเลือกใช้งานให้เหมาะกับแต่ละสภาพอากาศ เช่น หากวันที่อากาศร้อน หรือต้องอยู่ในสถานที่ที่มีอุณหภูมิค่อนข้างร้อน ควรเลือกใช้ผ้าห่อตัวทารกที่เนื้อผ้าระบายอากาศได้ดี เนื้อผ้าต้องไม่หนามาก และหากเป็นวันที่อากาศเย็น(หนาว) หรือต้องอยู่ในสถานที่ที่มีอุณหภูมิค่อนข้างต่ำ(เย็นมาก) ควรเลือกใช้ผ้าห่อตัวทารกที่เนื้อผ้ามีความหนาพอที่จะเก็บความร้อนให้กับร่างกายทารกได้อย่างดี ว่าที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่คงได้ทราบถึงเหตุผลกันไปแล้วว่าทำไมผ้าห่อตัวเด็กแรกเกิดถึงมีความสำคัญ ฉะนั้นก่อนที่ทารกน้อยจะคลอดออกมา ควรเตรียมหาซื้อผ้าห่อตัวเด็กที่เหมาะกับการใช้งานไว้ในรายการของใช้สำหรับเด็กอ่อนด้วยนะคะ CR : enfa baby   shop ผ้าห่อเเบบต่างๆ ที่นี่

Read more

babyfood, พัฒนาการลูกน้อย -

วันนี้ขอนำเสนอเมนูสำหรับหนูน้อย Avocado Oatmeal สำหรับหนูน้อยวัย 1 ปีขึ้นไปจ้า อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม 1. เครื่องปั่นนึ่งอาหาร 5 in 1  Nutribaby จาก Babymoov 2. ผลAvocado organic  1 ลูก    ประโยชน์ ของผลอโวคาโด วิตามินสูง ประกอบด้วย วิตามิน เอ(เบต้าแคโรทีน)  ช่วยบำรุงสายตา  วิตามินบีช่วยป้องกันโรคเหน็บชา ปากนกกระจอก วิตามินซีช่วยป้องกันหวัด เลือดออกตามไรฟัน  และโดยเฉพาะวิตามินอี ซึ่งเป็นสาร antioxidant ที่มีคุณค่าในการปกป้องเซลล์ร่างกายจากมลพิษทางอากาศ น้ำ และอาหาร ป้องกันร่างกายจากโรคมะเร็งชนิดต่าง ๆ และโรคหัวใจ   อุดมไปด้วยแร่ธาตุ และสารอาหารที่จำเป็นสำหรับร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นโซเดียม โพแทสเซียม โฟเลต ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดคอเลสเตอรอล โดยเฉพาะโฟเลตนั้น เป็นสารอาหารที่สำคัญสำหรับหญิงที่ตั้งครรภ์ เนื่องจากโฟเลตเป็สารอาหารที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตและสร้างเนื้อเยื่อของทารก คนไทยสมัยก่อนใช้กล้วยเป็นอาหารเลี้ยงทารก อะโวคาโดก็เช่นกันสามารถใช้เป็นอาหารเลี้ยงทารกได้โดยอาจใช้เนื้ออะโวคาโดสุกป้อนเด็กทารกโดยตรงหรือผสมกับกล้วยน้ำว้าสุกอัตราส่วน  1:1 โปรตีนสูงกว่าผลไม้สดอื่น ๆ ประมาณ 0.8 – 1.7 %   โดยให้ค่า พลังงานความร้อนต่อร่างกายสูงแต่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตต่ำ เป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย มีเยื่อใยสูง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อระบบขับถ่าย   3. ธัญพืชอบกรอบปลอดสารพิษจมูกข้าวสาลี   ประกอบไปด้วยสารอาหารจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น เยื่อหุ้มเมล็ด (Bran) เนื้อเมล็ด   (Endosperm) และจมูกข้าว (Germ)อุดม ไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วนตามธรรมชาติ อาทิ   ไฟเบอร์ วิตามิน แร่ธาตุ ไฟโตนิวเตรียนท์ เเละสารต้านอนุมูลอิสระต่างๆ PLUS จมูกข้าวสาลี   (Organic Wheat Germ)   Whole grain คืออะไร   whole Grain...

Read more

พัฒนาการลูกน้อย -

ควรเริ่มอาหารให้สมวัย   ควรเริ่มให้อาหารเมื่อทารกมีวัยเหมาะสม คือ เมื่อนมแม่อย่างเดียวไม่พอเพียงต่อการเจริญเติบโตของทารก และทารกมีความพร้อมที่จะรับอาหารอื่นนอกจากนมได้ คือเมื่อระบบทางเดินอาหาร ไต ระบบประสาทและกล้ามเนื้อได้พัฒนาจนสามารถทําหน้าที่พร้อมแล้ว   ความพร้อมของระบบทางเดินอาหารทารกแรกเกิดจะมี extrusion reflex โดยทารกจะห่อปากเอาลิ้นดุนอาหารออกมาเมื่อได้รับอาหารกึ่งแข็งกึ่งเหลว เมื่อทารกอายุ 4-6 เดือน extrusion reflex ของลิ้นจะหายไป ทารกจะสามารถใช้ลิ้นตวัดอาหารลงสู่ลําคอ และกลืนอาหารกึ่งแข็งกึ่งเหลวได้น้ำย่อยที่สําคัญในการย่อยแป้ง คือ amylase (อะมิเลส) จากตับอ่อน มีระดับต่ำในทารกแรกเกิดจนกระทั่งอายุประมาณ 6 เดือน นอกจากนี้ น้ำย่อย lipase (ไลเปส) จากตับอ่อน เกลือน้ำดี (bile salt) และน้ำย่อยในกระเพาะอาหารของทารกยังมีปริมาณน้อยมากเมื่อเทียบกับผู้ใหญ่ เมื่อทารกอายุประมาณ 4-5 เดือน กระเพาะอาหารจะหลั่งกรดและน้ำย่อย pepsin (เปปซิน) มากขึ้น ตับอ่อนจะหลั่งน้ำย่อย amylase และ lipase เพิ่มขึ้นด้วย   นอกจากความพร้อมทางด้านการกลืนการย่อยและดูดซึมสารอาหารแล้วการให้อาหารอื่นนอกจากนมแม่แก่ทารกอายุน้อยยังเสี่ยงต่อการเกิดโรคภูมิแพ้เพราะโปรตีนและสารโมเลกุลใหญ่สามารถดูดซึมผ่านผนังลําไส้เล็กของทารกซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทําให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้   ความพร้อมของไตควรเริ่มอาหารตามวัยสําหรับทารกเมื่อไตสามารถขับถ่ายของเสียและทําให้ปัสสาวะเข้มข้นได้มากพอเพื่อ ให้สามารถขับถ่าย renalsolute load ได้แก่ ยูเรียและโซเดียมได้ดีทารกแรกเกิดมีอัตราการกรองของไต (glomerular filtration rate,GFR) ประมาณร้อยละ 15 ของผู้ใหญ่ และเพิ่มขึ้นเป็นลําดับคือร้อยละ 60 เมื่ออายุ 6 เดือน และเท่ากับผู้ใหญ่เมื่ออายุ 2 ปี ความสามารถในการทําให้ปัสสาวะเข้มข้นของทารกแรกเกิดมีเพียงร้อยละ 50-60 ของ ผู้ใหญ่ เมื่ออายุ 2-3 เดือน สามารถทําให้ปัสสาวะเข้มข้นได้ 1,000 มิลลิออสโมล/ลิตร และเมื่ออายุประมาณ1ปี จะได้ 1,100 มิลลิออสโมล/ลิตร เมื่ออายุ2 ปี สามารถทําปัสสาวะ ให้เข้มข้นได้สูงสุดถึง 1,400 มิลลิออสโมล/ลิตร เท่าในผู้ใหญ่ไตของทารกแรกเกิดยังไม่สามารถขับถ่ายยูเรียและฟอสฟอรัสทาง ปัสสาวะได้ดีดังนั้นถ้าทารกได้รับอาหารที่มีโปรตีนสูงมากเกินไป จะทําให้เกิดภาวะยูเรียในเลือดสูง (uremia) และเลือดเป็นกรดได้ 10  ...

Read more