0-3Y/เด็กเล็ก — babyfun

เรื่องจริงของสมองลูก

Posted by Manasanan Termmanotham on

การเลี้ยงดูลูกให้เติบโตอย่างเเข็งแรง ร่าเริงแจ่มใสและมีความฉลาดล้ำเป็นเลิศ คือสิ่งที่คุณแม่ทุกคนปรารถนา และโดยเฉพาะเรื่องความฉลาดของลูก หากคุณแม่เข้าใจการทำงานของสมองเด็ก จะพบว่าความสามารถในการเรียนรู้ของลูกนั้นสร้างได้ตั้งแต่แรกเกิด และมีข้อมูลที่น่าสนใจจาก รองศาสตราจารย์แพทย์หญิงทิพวรรณ หรรษคุณาชัย กุมารแพทย์ด้านพัฒนาการเด็ก  ท่านได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการทำงานของสมองเด็กไว้ว่า “เด็กทุกคนเกิดมาพร้อมกับหนึ่งแสนล้านเซลล์สมอง ซึ่งทั้งหมดเชื่อมต่อกันเป็นเครือข่ายวงจรและสามารถเพิ่มจำนวนมากขึ้นเมื่อถูกกระตุ้น ทั้งนี้การเชื่อมต่อสามารถเกิดได้สูงถึง 1,000 ล้านล้านครั้งในระยะเวลาแรกเกิดถึงห้าปีแรกของลูก ช่วงวัยนี้จึงเป็นระยะเวลาที่สำคัญที่สุดในการเรียนรู้ และเมื่อพ้นช่วงวัยนี้ไปแล้ว จะไม่มีการเพิ่มเซลล์สมอง แต่เป็นการพัฒนาโครงข่าย ส่วนเซลล์สมองที่ไม่ได้รับการกระตุ้นก็จะเสื่อมสลายไป ดังนั้นการสร้างทุกนาทีให้เป็นการเรียนรู้ของลูก (Non-Stop Learning) จึงเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องช่วยกันส่งเสริมในโอกาสทองนี้” และสิ่งที่น่าสนใจ  7 เรื่องเกี่ยวกับสมองถัดไปนี้ จะช่วยให้คุณแม่เข้าใจแนวทางในการส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อสร้างความเป็นอัจฉริยภาพของลูกน้อย 1.การสัมผัสและการหัวเราะช่วยพัฒนาสมอง ช่วงแรกเกิดเป็นช่วงที่เส้นใยประสาทของลูกกำลังก่อตัว การกอด การสัมผัส สบตา รวมถึงพูดคุยกับลูก  ให้เค้ามีความสุข ได้หัวเราะ จะช่วยเพิ่มสารอ๊อกซิโตซินและเอนดอร์ฟินในสมอง ทำให้เป็นเด็กที่มีสุขภาพจิตดี สมองทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ในการตรงกันข้าม มีผลสำรวจที่ค่อนข้างน่าตกใจว่า เด็กที่ไม่ค่อยได้เล่น ไม่ได้รับการสัมผัสจากพ่อแม่ จะมีสมองขนาดเล็กกว่าเด็กปกติ 20-30% 2.สมองเรียนรู้จากการเลียนแบบ ในสมองของเด็กจะมีเซลล์ชนิดหนึ่ง ชื่อว่า “เซลล์สมองกระจกเงา” (Mirror Neuron) ซึ่งเป็นเซลล์ที่สามารถตอบสนองต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ต่างๆ ผ่านการเรียนรู้ การสังเกต และเลียนแบบผู้อื่น ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณแม่เป็นคนใฝ่รู้ ชอบอ่านหนังสือ ภาพเหล่านี้ก็สะท้อนเข้าไปในสมองของลูก ส่งผลให้เค้าเป็นเด็กที่ชอบเรียนรู้ เช่นกัน เพราะสำหรับลูกน้อยแล้ว กระจกเงาการเรียนรู้ที่ใกล้ตัวที่สุดก็คือคุณแม่นั่นเอง 3.อารมณ์ส่งผลต่อศักยภาพในการเรียนรู้ ร่างกายของลูกช่างน่าอัศจรรย์  หากเค้ามีความสุข ร่างกายจะหลั่งสารเคมีในสมองที่ช่วยกระตุ้นให้เรียนรู้และจดจำได้ดี ในทางกลับกัน หากคุณแม่เป็นคนหงุดหงิดง่าย เลี้ยงลูกด้วยอารมณ์ ทำให้เด็กมีความเครียดหรือซึมเศร้า อารมณ์เชิงลบทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลให้ความสามารถในการเรียนรู้ของสมองลดลง 4.การเล่นช่วยพัฒนาความเป็นอัจฉริยะ การเล่นกับลูก คือวิธีที่ง่ายที่สุดที่คุณแม่จะช่วยสร้างความฉลาดให้ลูกน้อย เคล็ดลับอยูที่เลือกการเล่นให้เหมาะสมกับพัฒนาการตามวัย ประสบการณ์ที่ลูกน้อยได้จากการเล่น ทั้งการจับ การหยิบ การสัมผัส ล้วนส่งผลต่อการพัฒนาสมองในทุกๆ ด้าน อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นใยสมองและจุดเชื่อมต่อในสมองให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสิ่งนี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาความเป็นอัจฉริยะของลูก 5.การอ่านหนังสือช่วยกระตุ้นเซลล์สมอง เมื่อเด็กอ่านหนังสือ เซลล์สมองจะมีการเชื่อมต่อและแตกแขนงออกไป เกิดกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาประสาทสัมผัสต่างๆ โดยเฉพาะทางตาและทางหู ส่งผลให้เด็กที่ชอบอ่านหนังสือมีความชาญฉลาดและสามารถเรียนรู้ได้อย่างดีเยี่ยม 6.ขนาดสมองเท่ากันแต่ความฉลาดต่างกัน ถ้าเปรียบเทียบสมองของเด็กสองคน แม้ว่าจะมีขนาดสมองเท่ากัน แต่กลับมีฉลาดแตกต่างกัน นั่นเป็นเพราะปริมาณการเชื่อมต่อระหว่างเซลล์สมอง คุณแม่สามารถส่งเสริมให้เซลล์สมองของลูกเกิดการเชื่อมต่อได้ตั้งแต่แรกเกิดด้วยการให้นมแม่ เพราะนมแม่มีสารอาหารที่ดีต่อสมองอยู่มากมาย เช่น...

Read more →

เทคนิคการกล่อมเด็กให้หลับง่าย

Posted by Manasanan Termmanotham on

สิ่งที่สำคัญที่สุดขอวัยเด็ก ก็คือ การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ ถึงแม้บางเวลา สภาพอากาศหรือสิ่งแวดล้อมอาจทำให้ลูกน้อยไม่สบายตัว แต่อย่ากังวลไปค่ะ เรามีเทคนิคกล่อมเด็กมากมายมาฝากคุณพ่อคุณแม่ เพื่อให้ลูกน้อยนั้นหลับง่ายกว่าเิดิมค่ะ   เทคนิคการกล่อมเด็กให้หลับง่าย     ควบคุมระดับเสียงในบ้าน   ไม่ให้มีเสียงดังจนเกินไป เปิดเพลงกล่อมเด็กเบาๆซึ่งเป็นการกล่อมเด็กให้นอนได้ดีไม่น้อย   การให้ความรักความอบอุ่นกับลูกน้อย ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่จะทำให้เด็กคุ้นเคยกับคุณพ่อคุณแม่   ลูบบนร่างกายของเด็ก บริเวณท้ายทอย บริเวณหน้าผากจะช่วยให้เด็กนอนหลับได้เร็วขึ้น   ไกวเปล ช่วยทำให้เด็กนอนหลับได้ง่ายโดยเพิ่มตัวช่วยด้วยการแขวนโมบายไว้ด้านบน   หยดน้ำหอมที่คุณแม่ใช้เป็นประจำ ที่มุมของผ้าห่มของเด็กจะช่วยให้เด็กหลับได้ เพราะเด็กจะรู้สึกถึงความอบอุ่นเหมือนคุณแม่อยู่ใกล้ๆตลอดเวลา   เหน็บชายผ้าห่มให้รัดตัวเด็ก จะช่วยให้เด็กรู้สึกอบอุ่นเหมือนกับอยู่ในครรภ์มารดาวิธีนี้ช่วยให้เด็กนอนหลับได้อย่างยาวนาน           ขอขอบคุณข้อมูลจาก  http://www.care.co.th              รูปภาพจาก  http://www.vcharkarn.com

Read more →

สีสำหรับห้องนอนเด็ก ไว้สำหรับเป็นไอเดียตกแต่งห้องนอนให้ลูกน้อยนะค่ะ

Posted by Manasanan Termmanotham on

สีฟ้า ช่วยกระตุ้นจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์     สีแดง ดึงดูดความสนใจให้มุ่งมั่นในรายละเอียดทำให้มีสมาธิและสนใจในรายละเอียด   สีชมพู เป็นสีที่มีลักษระปลอบประโลมให้จิตใจและความรู้สึกต่างๆสงบลงในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกของการมีน้ำใจดี จิตใจกว้างขวาง อบอุ่นและทะนุถนอมสีส้ม เป็นสีแห่งความเบิกบานและความรื่นเริ่งเป็นความรู้สึกที่อิสระและได้รับการปลดปล่อยสีขาว เป็นสีที่หมายถึงความบริสุทธิ์อย่างยิ่ง จัดอยู่ในกลุ่มของการปกป้อง สร้างสันติ สบาย ช่วยบรรเทาอารมณ์ตกใจหรือหวาดวิตก ส่งเสริมให้จิตใจสะอาดบริสุทธิ์ มีพลังทางความคิดและจิตใจขอบคุณข้อมูลจาก www.ตกแต่งบ้าน.net

Read more →

ชวนคุณแม่มาใช้กางเกงฝึกขับถ่ายให้กับลูกน้อยกันค่ะ

Posted by Manasanan Termmanotham on

กางเกงฝึกขับถ่าย ลาย Helicopter จาก Pop-in Size S-XL   มาลองดูข้อดีของการฝึกกันนะค่ะ   การเริ่มฝึกให้ลูกใช้ห้องน้ำ คุณแม่อาจเลือกใช้เป็นกระโถนให้เขานั่ง หรืออาจหาฝารองชักโครกสำหรับเด็ก เพราะเด็กบางคนชอบที่จะมีกระโถนเป็นของตนเองในขณะที่บางคนชอบนั่งชักโครกแบบผู้ใหญ่ ซึ่งคุณแม่สามารถหาฝารองนั่งชักโครกสำหรับเด็กมาให้เค้านั่งได้ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเห็นว่าเด็กเริ่มไม่อยากนั่งกระโถนก็ลองเปลี่ยนให้นั่งชักโครกโดยใช้ฝารองนั่งชักโครกแทน (หรือสลับกัน)  เมื่อคุณแม่คิดว่า ลูกน้อยของคุณพร้อมแล้วสำหรับการฝึกการใช้ห้องน้ำ ก็ควรอธิบายให้ลูกเข้าใจว่า ต่อไปนี้ถ้าลูกไม่ได้ใส่ผ้าอ้อมแล้วเวลาจะปัสสาวะก็ต้องนั่งกระโถนแทน และเนื่องจากผ้าอ้อมสำเร็จรูปช่วยปกป้องความชื้น ดังนั้น ในตอนเริ่มต้นคุณอาจใช้ผ้าอ้อมชนิดพิเศษแบบ “Wetness liners” ที่ทำให้ลูกรู้สึกถึงความเปียกชื้นบ้างเพื่อเขาจะได้รู้สึกเหนอะหนะและรำคาญ แต่คุณแม่ต้องระวังไม่ให้เกิดผื่นแดงจากผ้าอ้อมและความชื้น อาจลองใช้ขี้ผึ้งที่ช่วยป้องกันผื่นแพ้จากความชื้นและการระคายเคืองให้กับเขาด้วย กางเกงฝึกขับถ่าย ลาย Tulip จาก Pop-in Size S-L   คุณแม่อาจจะเปลี่ยนวิธีโดยลองให้ลูกคุณใส่กางเกงในเพื่อฝึกสอนการใช้ห้องน้ำ แต่ว่า อาจจะต้องเจอกับปัญหาที่ลูกคุณขับถ่ายออกมาก่อนที่จะเข้าห้องน้ำทัน เมื่อคุณเปลี่ยนมาให้ลูกใส่กางเกงในแทนผ้าอ้อมสำเร็จรูป  สัญญาณต่อไปนี้แสดงให้เห็นว่าลูกคุณพร้อมแล้วที่จะเปลี่ยนมาใส่กางเกงในแทนผ้าอ้อมสำเร็จรูป   • ถอดกางเกงและผ้าอ้อมออกได้โดยไม่ต้องให้คุณช่วย • รู้ตัวว่าต้องการจะปัสสาวะหรือต้องการถ่ายอุจจาระ (ในเวลาที่ใส่ผ้าอ้อม) และสามารถบอกคุณแม่ได้ • สังเกตเห็นคุณแม่หรือคนในครอบครัวใช้ห้องน้ำ • อยากนั่งและพยายามใช้กระโถน  เมื่อคุณแม่สังเกตเห็นว่า ลูกน้อยรู้ว่าเขาควรจะทำอย่างไรถ้าไม่ได้ใส่ผ้าอ้อมแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ คุณแม่ควรจะสอนให้ลูกสวมกางเกงใน โดยอธิบายให้ลูกคุณเข้าใจว่า เขากำลังจะได้ใส่กางเกงในเหมือนเด็กโตๆ และให้โอกาสเขาได้เลือกกางเกงในที่อยากจะใส่เองเพื่อที่เขาจะได้รู้สึกว่ามีส่วนร่วม  แต่คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงการสอนเวลาที่เด็กกำลังเจอการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของเขา เช่น เวลาที่ย้ายไปอยู่ที่ใหม่ หรือการที่มีน้องที่เกิดใหม่อยู่ในบ้าน เป็นต้น คุณแม่ควรเลือกเวลาที่เด็กคุ้นเคยกับชีวิตประจำวันแล้ว   ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.anmum.com/th/main.aspx?sid=2298&sva=6  

Read more →

มะเขือเทศซุปเปอร์ผักสำหรับตัวน้อย

Posted by Manasanan Termmanotham on

  มะเขือเทศ (ชื่อวิทยาศาสตร์: Lycopersicon esculentum Mill.) เป็นพืชชนิดหนึ่งที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร มะเขือเทศขนาดปานกลางจะมีปริมาณวิตามินซีครึ่งหนึ่งของส้มโอทั้งผล มะเขือเทศผลหนึ่งจะมีวิตามินเอราว 1 ใน 3 ของวิตามินเอที่ร่างกายต้องการในหนึ่งวัน นอกจากนี้มะเขือเทศยังมีโปแตสเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียมและแร่ธาตุอื่นๆ อีกหลายชนิด มะเขือเทศมีสารที่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา ดังนั้นจึงใช้เป็นยารักษาโรคที่เกี่ยวกับปากที่เกิดจากเชื้อราได้ มะเขือเทศมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ คือ ไลโคปีน ที่มีคุณสมบัติสามารถลดการเกิดมะเร็งลำไส้ และมะเร็งต่อมลูกหมากได้ หากทานมะเขือเทศ 10 ครั้ง/สัปดาห์ จะช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากในเพศชายได้ถึง 45% นอกจากนี้มะเขือเทศยังมีบีตา-แคโรทีน และฟอสฟอรัสมาก ที่มะเขือเทศมีรสชาติอร่อยนั้น เพราะมีกรดอะมิโนที่ชื่อกลูตามิคสูง กรดอะมิโนนี้เองเป็นตัวเพิ่มรสชาติให้อาหาร ทั้งยังเป็นกรดอะมิโนตัวเดียวกับที่อยู่ในผงชูรสด้วย รักษาสิว สมานผิวหน้าให้เต่งตึง โดยใช้น้ำมะเขือเทศพอกหน้า หรืออาจจะนำมะเขือเทศสุกฝานบาง ๆ แปะบนใบหน้า จะช่วยให้ผิวหน้าอ่อนนุ่ม ในผลมะเขือเทศมีสารจำพวก แคโรทีนอยด์ ชื่อไลโคพีน (Lycopene) ซึ่งเป็นสารสีแดง และวิตามินหลายชนิด เช่น วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินเค โดยเฉพาะวิตามินเอ และวิตามินซี มีในปริมาณสูง มีกลดมาลิค กรดซิตริก ซึ่งให้รสเปรี้ยว และมีกลูตามิค (Glutamic) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนช่วยเพิ่มรสชาติให้อาหาร นอกจากนี้ยังประกอบด้วยสารบีตา-แคโรทีน และแร่ธาตุหลายชนิด เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก เป็นต้น มะเขือเทศมีสรรพคุณทางยาค่อนข้างสูง เพราะมะเขือเทศมี วิตามินพี (citrin) ซึ่งจะช่วยป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด มะเขือเทศยังมีฤทธิ์ขับปัสสาวะจึงสามารถแก้อาการความดันโลหิตสูงมะเขือเทศมีวิตามินเอจึงสามารถรักษาโรคตาได้ ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือมีวิตามินซีมากทำให้สามารถป้องกันและรักษาโรคลักปิดลักเปิด ช่วยระบบการย่อยและช่วยการขับถ่ายอุจจาระอีกด้วย ช่วยบำรุงผิวลดริ้วรอย ผิวพรรณไม่แห้งกร้าน ระบบการหมุนเวียนเลือดดีขึ้น และยังสามารถต้านมะเร็งได้ด้วย ซอสมะเขือเทศสามารถนำมาใช้หมักผมได้ โดยจะช่วยป้องกันการเปลี่ยนไปของสีผมอันเนื่องมาจากการว่ายในน้ำในสระที่มีคลอรีน และยังนำมาใช้ขัดเครื่องประดับเงินชิ้นโปรดของคุณให้เงางามได้เหมือนเดิม [1] ประโยชน์ของมะเขือเทศ ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื่นสดใส ไม่แห้งกร้าน มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดและชะลอการเกิดริ้วรัยแห่งวัย น้ำมะเขือเทศช่วยเพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย ช่วยเสริมคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง มีวิตามินเอซึ่งมีส่วนชวยบำรุงสายตา มะเขือเทศ มีบีตาแคโรทีน และฟอสฟอรัสในปริมาณมาก มะเขือเทศช่วยในการรักษาสิว ด้วยการนำน้ำมะเขือเทศมาพอกผิวหน้า หรือฝานบางๆแล้วนำมาแปะหน้าก็ได้ ช่วยทำให้ผิวหน้าเต่งตึงสดใส...

Read more →


Sale

Unavailable

Sold Out