child development RSS

babyfood, babyfun, babymoov, babytalk, child development, child seat, พัฒนาการลูกน้อย -

อัพเดทค่าเทอมโรงเรียนอนุบาลอินเตอร์ 6 แห่ง ปี 2022 กันดีกว่า!!          ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ในยุคนี้ ค่าใช้จ่ายในครอบครัวที่สูงที่สุด ในครอบครัวที่มีลูกนั้น มักจะเป็นค่าเล่าเรียนของเหล่าลูกๆ นั่นเอง และยิ่งเกี่ยวกับการศึกษาแล้วละก็ เรียกได้ว่าเป็นการลงทุนด้านการศึกษาของลูกๆ ที่ต้องมีความต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งในยุคสมัยที่เปลี่ยนไป การศึกษาในระบบใหม่ๆ ยิ่งมีบทบาทมากยิ่งขึ้น          โรงเรียนที่มีหลากหลายในปัจจุบันนั้นก็มีทั้งโรงเรียนที่มีคุณภาพ และระบบการศึกษารูปแบบใหม่ๆ ให้ผู้ปกครองนั้นเลือกให้แก่ลูกๆ ซึ่งไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็แล้วแต่ ผู้ปกครองนั้นก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกอย่างแน่นอน          และโรงเรียนในปัจจุบันก็มีมากมาย ทั้งที่ก่อตั้งมานาน มีชื่อเสียงมานานแล้ว หรือเพิ่งก่อตั้ง เป็นโรงเรียนรูปแบบใหม่ ที่นำการศึกษารูปแบบใหม่ๆ เข้ามาในประเทศ นั่นก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ผู้ปกครองนั้นต้องทำการศึกษาหาข้อมูลต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่ลูกๆ ของพวกเขา          พ่อแม่ในทุกวันนี้เมื่อส่งลูกๆ เข้าโรงเรียนแล้ว การดูแลเด็กๆ นั้นจะตกเป็นของครูผู้ดูแลเด็ก ดังนั้นพ่อแม่หลากหลายบ้าน ต้องทำการศึกษาข้อมูลของโรงเรียนหลายๆ ที่เพื่อประกอบการตัดสินใจ เลือกโรงเรียนให้แก่ลูกๆ อันเป็นที่รัก          นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องศึกษาข้อมูลของโรงเรียนในปัจจุบัน และอัพเดทค่าเรียนของปี 2022 เพราะพ่อแม่ยุคใหม่ๆ นั้นจะมีความคิดที่อยากให้ลูกนั้นได้เรียนในโรงเรียนที่ดี มีคุณภาพ ทั้งในเรื่องด้านการศึกษา ด้านสิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียน รวมถึงด้านบุคลากรที่ใกล้ชิดกับเด็กๆ อีกด้วย   ค่าเทอมโรงเรียนอนุบาลนานาชาติ ในประเทศไทย โรงเรียนกีรพัฒน์ KEERAPAT INTERNATIONAL SCHOOL 250,000 บาท ต่อปี          กีรพัฒน์ KEERAPAT INTERNATIONAL SCHOOL ก่อตั้งขึ้นในปี 2548 หลักสูตรของที่นี่ จะทำเป็นหลักสูตรที่เป็นมาตรฐานของกระทรวงศึกษาธิการรัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นโรงเรียนที่ก่อตั้งได้ไม่นาน มีอายุน้อย แต่ได้รับรางวัล Western Association of...

Read more

babyfood, babyfun, babymoov, babytalk, child development, สุขภาพ -

เลือกได้เลย! 5 ตัวเลือก ประกันสุขภาพสำหรับเด็ก ปี 2022 เพื่อลูกน้อยที่คุณรัก           หลายคนนั้นคิดว่าการเลือกประกันสุขภาพนั้นไม่ค่อยสำคัญเท่าไหร่ เพราะทุกคนนั้นต่างมีภูมิคุ้มกันอยู่แล้ว แต่อย่าลืมว่า ลูกของคุณนั้นเขายังเป็นเด็กเล็กที่ยังมีภูมิต้านทานต่อโรคต่างๆ น้อยมากๆ ถ้าเทียบกับผู้ใหญ่ แถมเด็กๆ นั้นมักจะประสบอุบัติเหตุได้มากกว่าผู้ใหญ่ เนื่องจากพวกเขายังไม่มีประสบการณ์ในการใช้ชีวิตมากพอ ประกันสุขภาพและอุบัติเหตุนั้นจึงจำเป็นสำหรับพวกเขา          และยิ่งไปกว่านั้นสำหรับในยุคที่โควิดจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเราอยู่แล้ว การที่ลูกของเราต้องออกไปโรงเรียน หรือออกไปเล่นข้างนอก สถานที่ต่างๆ ที่จำเป็นต้องออกไปนั้น เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าปลอดภัยสำหรับพวกเขาจริงๆ การทำประกันสำหรับเด็กจึงต้องพิจรณาดีๆ สำหรับพ่อแม่แล้วละค่ะ          สำหรับใครที่ยังเลือกไม่ได้ หรือไม่ทราบว่าจะเลือกประกันแบบไหนให้ลูกดี บอกเลยว่า เรามีข้อมูลมาแนะนำ ให้คุณแม่คุณพ่อนั้นเลือกกันได้เลย ตามสะดวก แต่ขอบอกไว้ก่อนว่า การทำประกันสุขภาพสำหรับเด็กนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะมองข้าม ไปเริ่มทำความรู้จักกับประกันของแต่ละที่กันดีกว่าอลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต          ประกันของทาง อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต เป็นประกันสุขภาพสำหรับเด็กแบบเหมาจ่าย ซึ่งเมื่อลูกของคุณต้องได้รับการรักษา จะได้รับการรักษาแบบเต็มที่ และเป็นการรักษาที่ดีที่สุด และหากต้องมีการเข้าพักรักษาตัวภายในโรงพยาบาล ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องการดูแล และบริหาร ที่สำคัญเรื่องค่าใช้จ่าย เพราะเป็นแบบเหมาจ่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว          ประกันสุขภาพสำหรับเด็กของทาง อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จะเริ่มทำได้เมื่อเด็กนั้นมีอายุตั้งแต่ 1 เดือน 1 วันถึง 10 ปี ขึ้นไป และสามารถต่ออายุของประกันไปได้เรื่อยๆ จนกว่าอายุจะถึง 84 ปี กันเลยทีเดียว เรียกได้ว่า เริ่มต้นที่ดี และคุ้มต่อการลงทุนระยะยาว          การซื้อประกันของที่นี่จะต้องซื้อควบคู่กับตัวสัญญาหลักตามกฎเกณฑ์ที่บริษัทได้มีการกำหนดเอาไว้ ซึ่งตัวหลักนั้นก็ต้องไปดูกันอีกทีว่า จะเป็นสัญญาแบบไหนนั่นเอง งเงินสำหรับการคุ้มครองนั้นให้สูงถึง 1.2 ล้านบาทต่อปี และยังมีการปรับเพิ่มเป็น 2 ล้านบาทต่อปี เมื่อเด็กมีอายุ 11...

Read more

child development, costume, dojo, pretend play, roles playing, พัฒนาการลูกน้อย -

THE IMPORTANCE OF PRETEND PLAY IN CHILD DEVELOPMENT ความสำคัญของการเล่นบทบาทสมมติกับพัฒนาการของเด็ก ลูกน้อยของคุณชอบในการเล่นบทบาทสมมติ (pretend play / role-playing) หรือไม่ ?เรามาดูไปพร้อมๆกันได้เลยค่ะ ว่าการเล่นสมมตินั้นสามารถกระตุ้นพัฒนาการเด็กขณะที่เรียนรู้ระหว่างการเล่น การแสดงกิจกรรมสมมติในบทบาทต่างๆ ได้มากน้อยแค่ไหน เพราะในยามที่เด็กกำลังเล่นขายของ เปิดร้านอาหาร เดินไปมาในรองเท้าของผู้ใหญ่ หรือแม้แต่การอาศัยจินตนาการสร้างดินแดนสมมติในฝัน โลกแฟรี่เทลต่างๆ นั้นล้วนแล้วแต่เป็นการลับสมองฝึกทักษะการแก้ไขปัญหา การร่วมมือประสานงานกันหาทางแก้ และการฝึกทักษะทางความคิด ทั้งสิ้นการที่คุณจะสามารถพบเจอ ตำรวจ สัตวแพทย์ พนักงานบริษัท เจ้าหญิง ครูสอนคาราเต้ หรือแม้แต่เชฟทำอาหารที่สามารถยิ้มแย้มอยู่ร่วมกันในสถานที่และช่วงเวลาเดียวกัน นอกจากที่นี่ที่เปลี่ยนเสมือนห้องเรียนของเด็กๆนั้น ไม่มีอีกแล้วคนอื่นอาจจะคิดว่า การเล่นสมมติ ไม่ว่าจะในบ้าน หรือในห้องเรียน เหล่านี้ที่ดูเผินๆก็สนุกดี แล้วก็อาจจะคิดไปว่า แท้จริงมีประโยชน์สำหรับเด็กมั้ย แต่หารู้ไม่ ในความจริงของจินตนาการที่สามารถเปลี่ยนกระบะทรายให้เป็นลานขุดหาไดโนเสาร์เหล่านี้ ล้วนแล้วแต่เป็นการอัพสกิลการแก้ปัญหา เรียนรู้ที่จะสามัคคี และสร้างทักษะทางความคิดได้อย่างคล่องแคล่วอย่างมีสาระได้ทั้งสิ้น Dr. Scott Kaufman ( นักเขียน และ cognitive scientist ชื่อดัง) ได้ให้ความสำคัญของการเล่นบทบาทสมมติในบทความ Psychology Today ปี 2012 ว่า มีงานค้นคว้าวิจัยหลายๆชุด ที่พบคุณประโยชน์ต่างๆของการเล่นสมมติในเด็กที่มีอายุประมาณ ขวบครึ่ง-2 ขวบ ไปจนถึง 7-8 ขวบ แท้จริงแล้วอะไรคือการเล่นสมมติ (pretend play) และการเล่นเหล่านี้สามารถช่วยเด็กได้อย่างไร ช่วยให้เด็กเรียนรู้ ในตัวเองและโลกภายนอก Learn about themselves and the world. ประสบการณ์การเล่นละครสมมติ จะเป็นสิ่งแรกที่ช่วยให้เด็กเรียนรู้ว่าตัวเองชอบหรือไม่ชอบอะไร ความสนใจ และความสามารถที่ตนเองมี เด็กๆจะทำการทดลองผ่านการแสดงในแบบของตัวเอง จากการสังเกตสิ่งรอบตัว ที่ตัวเองชอบหรือสนใจ ยกตัวอย่างง่ายๆ จากตุ๊กตา ที่เด็กเล่น ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว ตุ๊กตาที่เด็กเลือกมักจะสะท้อนสิ่งที่เด็กสนใจ หรือสิ่งทีเด็กต้องการนำเสนอไอเดียความรู้สึกของตัวเองออกมา   เรียนผูกก็ต้องเรียนแก้ เพราะปัญหา คือชีวิต (การจำลอง อารมณ์สมมติที่แตกต่าง...

Read more

babyfood, babymoov, child development, การนอนทารก -

    คุยกับคุณหมอ: เมื่อลูกน้อยร้องไห้ไม่หยุด เมื่อลูกน้อยในวัยทารกร้องไห้เป็นเวลานาน ๆ อาจทำให้คุณพ่อและคุณแม่เริ่มกังวลว่าการร้องไห้จะมีผลมาจากปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่หรือไม่ บางครั้งอาจถึงกับทำให้คุณพ่อคุณแม่เกิดความเครียดจากการร้องไห้ที่หาสาเหตุไม่เจอเสียที เด็กทารกแต่ละคนจะแตกต่างกันไป บางคนร้องไห้ง่าย และร้องไห้ครั้งละนาน ๆ บางคนอาจจะไม่ร้องไห้เลยก็เป็นได้ หากทารกอยู่ในวัยสามสัปดาห์ขึ้นไป และร้องไห้ติดต่อกันมากกว่าสามชั่วโมงต่อวัน นานมากกว่าสามวันในหนึ่งสัปดาห์ เป็นไปได้ว่าทารกอาจจะอยู่ในภาวะ โคลิค (colic) ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อทารก แต่มักจะตามมาด้วยปัญหาความเครียดของผู้ดูแล บ่อยครั้งที่นำไปสู่ภาวะอื่น ๆ ที่น่าเป็นห่วง เช่นปัญหาการซึมเศร้าของมารดา การละเลยไม่ดูแล หรือการหย่านมแม่ก่อนวัยอันควร ทำไมลูกถึงร้องไห้? การร้องไห้ของทารก เป็นการบ่งบอกว่าทารกมีความต้องการอะไรบางอย่างหรืออยู่ในภาวะที่ไม่สุขสบาย เช่น หิว ต้องการดื่มนม เจ็บปวด ไม่สบาย ทารกจะร้องไห้ครั้งละนาน ๆ ได้ ถึงแม้ผู้ดูแลจะพยายามหาสาเหตุที่เป็นไปได้แล้วก็ตาม เชื่อกันว่าสาเหตุที่ทำให้ทารกร้องไห้ครั้งละนาน ๆ นั้น น่าจะมาจากการระบบทางเดินอาหารที่กำลังพัฒนานำไปสู่การย่อยนมที่ยังไม่ สมบูรณ์และไม่สามารถกำจัดก๊าซที่เกิดจากการย่อยอาหารได้ การพัฒนาของระบบประสาทที่ยังไม่เต็มที่ ทารกจึงไม่สามารถที่จะออกคำสั่งให้หยุดร้องไห้ได้ง่าย ๆ การไม่ได้รับสัมผัสที่เพียงพอ และอีกหลายข้อสันนิษฐาน ทำอย่างไรถึงจะหยุดร้องไห้? เมื่อทารกร้องไห้ คุณพ่อคุณแม่ควรพยายามหาสาเหตุที่เป็นไปได้ และแก้ไขภาวะที่อาจทำให้ลูกน้อยรู้สึกไม่สุขสบาย ได้แก่ – ตอบสนองต่อเสียงร้องไห้ด้วยสัมผัสทางกายที่เหมาะสม – คิดถึงสาเหตุเบื้องต้น เช่น หิว หนาว หรือร้อนเกินไป เสื้อผ้าหรือผ้าที่ห่อหุ้มแน่นเกินไป มีสิ่งกระตุ้นเช่นเสียงหรือแสงที่มากเกินไป – เปลี่ยนวิธีการให้นม หรือเปลี่ยนสูตรนม – ให้ทารกเรอเอาลมในกระเพาะออกหลังจากดูดนม โดยการอุ้มพาดบ่าด้วยความระมัดระวังหรือให้นั่งบนตักแล้วลูบหลังเบา ๆ อาจจะนวดท้องเบา ๆ วนตามเข็มนาฬิกา หากทารกดูดนมจากขวดนม ควรปรับท่าทางให้ทารกดูดนมได้สะดวกโดยไม่ดูดลมเข้าไป – มีผู้แนะนำให้เปิดเครื่องดูดฝุ่น หรือไดร์เป่าผมให้ทารกได้ยิน เนื่องจากเป็นการเลียนแบบเสียงที่ทารกได้ยินขณะอยู่ในครรภ์ มีส่วนช่วยให้ผ่อนคลาย ข้อควรระวัง เมื่อลูกร้องไห้ หากคุณพ่อคุณแม่ที่ดูแลลูกน้อยได้พยายามหาสาเหตุของการร้องไห้และแก้ไข เท่าที่เป็นไปได้ จะพบว่าส่วนใหญ่ทารกจะหยุดร้องไห้ไปเองในเวลาไม่นาน แต่หากการร้องไห้ของทารกติดต่อกันไม่หยุดมาพร้อมกับอาการอื่น ๆ เช่น – เสียงร้องไห้ฟังดูแปลก ๆ – น้ำหนักไม่ขึ้น ทารกดูตัวเล็กกว่าที่ควรเป็น – ท้องเสีย อาเจียน หรือท้องผูก หรือมีเลือดปนออกมาพร้อมกับการขับถ่าย...

Read more

babymoov, bambigarden, child development, เด็กร้องไห้นอน -

  1.ใช้ผ้าห่อตัวลูกเวลานอน: เด็ก แรกเกิดที่เพิ่งคลอดออกมามักต้องการความอบอุ่น และการโอบอุ้มอยู่ตลอดเวลา เพราะยังไม่คุ้นชินกับสภาวะภายนอก ดังนั้นการห่อลูกไว้ในผ้าห่อตัวสามารถช่วยให้ลูกหยุดร้องและนอนหลับได้เป็น ปกติ คุณแม่หลายท่านใช้วิธีนี้และได้ผลดีที่สุดค่ะ 2.อุ้มลูกท่าซุปเปอร์แมน: อุ้ม ลูกท่านี้แกว่งไปมาไม่กี่นาทีหลับทุกรายค่ะ ถือว่าเป็นท่าไม้ตายที่ใช้กับเด็กที่ร้องไห้งอแง ดื้อสุดๆ ต้องเจอกับท่านี้เท่านั้นค่ะ ท่าอุ้มคือ จับลูกนอนคว่ำบนแขนทั้ง 2 ข้างของคุณแม่โดยที่คุณแม่ยืนอยู่ และโยกลูกไปทางด้านซ้ายและขวาเบาๆ รับรองลูกหลับสนิทแน่นอน 3.อุ้มลูกขึ้น-ลงบันได: ท่า นี้เป็นท่าที่ทำให้ลูกหลับได้ง่ายเหมือนกันค่ะ ท่านี้ทำง่ายมาก แค่อุ้มลูกขึ้นบ่า และเดินขึ้นบันไดและลงบันได จากที่ลูกร้องไห้อยู่ก็จะรู้สึกเพลิดเพลินและหลับไปเองค่ะ ถ้าจะให้ดีต้องย่อขาเดินขึ้นลงไปเรื่อยๆจนกว่าลูกจะหลับนะคะ คุณแม่ยังได้ออกกำลังกายหลังคลอดอีกด้วยค่ะ   4.ท่านอนเปลอู่: ท่านอนนี้ต้องมีผู้ช่วย 1 คน วิธีการคือ ปูผ้าเช็ดตัวลูกผืนใหญ่ๆไว้บนพื้น หรือ บนที่นอน และจับลูกนอนหงายบนผ้า ช่วยกันจับผ้าคนละฝั่งหัวกับท้ายแล้วยกลูกขึ้นมาแล้วเริ่มแกว่งไปมาเบาๆ อาจจะร้องเพลงให้ลูกฟังไปด้วย ท่านี้ใช้เวลาไม่นาน ช่วยให้ลูกหยุดร้องและทำให้ลูกหลับง่ายมากเช่นกันค่ะ   ถ้าทำทั้ง 4 ท่านี้แล้วลูกยังร้องไห้งอแง ไม่ยอมหลับไม่ยอมนอน ให้เช็คสุขภาพลูกว่ามีอาการป่วยหรือไม่ มีอาการปวดท้องหรือไม่ คุณแม่ควรหาสาเหตุและแก้ไขตรงส่วนนั้นๆก่อนค่ะ CR : maerakluke

Read more