News RSS

babyfood, babyfun, babymoov, babytalk, car seat, child seat, cutebaby, อาหารตั้งครรภ์ -

          สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ แน่นอนว่าสิ่งที่ต้องเตรียมตัวนั้นมีมากมาย สำหรับการต้อนรับสมาชิกใหม่ของบ้าน และยังต้องมีการเรียนรู้ และหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับลูกน้อยอีกมากมาย และเรื่องการคลอดลูกนั้นเป็นสิ่งแรกที่หลายๆ คนนั้นเป็นกังวล และคิดหาข้อมูลสำหรับการคลอดลูก           การคลอดลูกนั้นมีทั้งหมด 2 แบบ นั่นก็คือการคลอดลูกแบบธรรมชาติ ที่คุณแม่นั้นต้องทำการออกแรงเบ่งเอง วิธีนี้เหมาะกับคุณแม่ที่มีสุขภาพแข็งแรง เด็กแข็งแรง และเด็กตัวไม่ใหญ่มากเกินไป ทำให้คุณแม่นั้นสามารถทำการคลอดแบบธรรมชาติได้ ในส่วนแบบที่สองนั่นก็คือการผ่าคลอด การผ่าคลอดนั้นเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คุณแม่แข็งแรงก็สามารถเลือกวิธีนี้ได้ หรือหากแพทย์มีความเห็นว่าสมควรก็สามารถรับการผ่าคลอดได้เช่นเดียวกัน           วันนี้เราจะมาแนะนำราคาสำหรับการทำคลอด ทั้ง 2 รูปแบบ ของแต่ละโรงพยาบาลชั้นนำในกรุงเทพและปริมณฑล ว่าตอนนี้ราคาค่าใช้จ่ายสำหรับการคลอดของแต่ละโรงพยาบาลนั้น มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่เท่าไหร่ คุณแม่ๆ จะได้เลือกกันถูกว่า จะวางแผนคลอดลูกน้อยที่โรงพยาบาลไหนดี โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ค่าใช้จ่ายสำหรับการคลอดปกติ 98,000 บาท ค่าใช้จ่ายสำหรับการผ่าคลอด 129,000 บาท โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ค่าใช้จ่ายสำหรับการคลอดปกติ 89,900 บาท ค่าใช้จ่ายสำหรับการผ่าคลอด 119,000 บาท โรงพยาบาลกรุงเทพ ค่าใช้จ่ายสำหรับการคลอดปกติ 82,500 บาท ค่าใช้จ่ายสำหรับการผ่าคลอด 115,500 บาท โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ ค่าใช้จ่ายสำหรับการคลอดปกติ 72,000 บาท ค่าใช้จ่ายสำหรับการผ่าคลอด 99,000 บาท โรงพยาบาลพญาไท 2 ค่าใช้จ่ายสำหรับการคลอดปกติ 60,000 บาท ค่าใช้จ่ายสำหรับการผ่าคลอด 82,000 บาท โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ค่าใช้จ่ายสำหรับการคลอดปกติ 50,000 บาท ค่าใช้จ่ายสำหรับการผ่าคลอด 77,000 บาท โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน ค่าใช้จ่ายสำหรับการคลอดปกติ 45,900 บาท ค่าใช้จ่ายสำหรับการผ่าคลอด 79,000 บาท โรงพยาบาลบางกอกเนอสซิ่งโฮม (BNH) ค่าใช้จ่ายสำหรับการคลอดปกติ 99,900 บาท ค่าใช้จ่ายสำหรับการผ่าคลอด...

Read more

babyfood, babyfun, babymoov, babytalk, child development, สุขภาพ -

เลือกได้เลย! 5 ตัวเลือก ประกันสุขภาพสำหรับเด็ก ปี 2022 เพื่อลูกน้อยที่คุณรัก           หลายคนนั้นคิดว่าการเลือกประกันสุขภาพนั้นไม่ค่อยสำคัญเท่าไหร่ เพราะทุกคนนั้นต่างมีภูมิคุ้มกันอยู่แล้ว แต่อย่าลืมว่า ลูกของคุณนั้นเขายังเป็นเด็กเล็กที่ยังมีภูมิต้านทานต่อโรคต่างๆ น้อยมากๆ ถ้าเทียบกับผู้ใหญ่ แถมเด็กๆ นั้นมักจะประสบอุบัติเหตุได้มากกว่าผู้ใหญ่ เนื่องจากพวกเขายังไม่มีประสบการณ์ในการใช้ชีวิตมากพอ ประกันสุขภาพและอุบัติเหตุนั้นจึงจำเป็นสำหรับพวกเขา          และยิ่งไปกว่านั้นสำหรับในยุคที่โควิดจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเราอยู่แล้ว การที่ลูกของเราต้องออกไปโรงเรียน หรือออกไปเล่นข้างนอก สถานที่ต่างๆ ที่จำเป็นต้องออกไปนั้น เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าปลอดภัยสำหรับพวกเขาจริงๆ การทำประกันสำหรับเด็กจึงต้องพิจรณาดีๆ สำหรับพ่อแม่แล้วละค่ะ          สำหรับใครที่ยังเลือกไม่ได้ หรือไม่ทราบว่าจะเลือกประกันแบบไหนให้ลูกดี บอกเลยว่า เรามีข้อมูลมาแนะนำ ให้คุณแม่คุณพ่อนั้นเลือกกันได้เลย ตามสะดวก แต่ขอบอกไว้ก่อนว่า การทำประกันสุขภาพสำหรับเด็กนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะมองข้าม ไปเริ่มทำความรู้จักกับประกันของแต่ละที่กันดีกว่าอลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต          ประกันของทาง อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต เป็นประกันสุขภาพสำหรับเด็กแบบเหมาจ่าย ซึ่งเมื่อลูกของคุณต้องได้รับการรักษา จะได้รับการรักษาแบบเต็มที่ และเป็นการรักษาที่ดีที่สุด และหากต้องมีการเข้าพักรักษาตัวภายในโรงพยาบาล ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องการดูแล และบริหาร ที่สำคัญเรื่องค่าใช้จ่าย เพราะเป็นแบบเหมาจ่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว          ประกันสุขภาพสำหรับเด็กของทาง อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จะเริ่มทำได้เมื่อเด็กนั้นมีอายุตั้งแต่ 1 เดือน 1 วันถึง 10 ปี ขึ้นไป และสามารถต่ออายุของประกันไปได้เรื่อยๆ จนกว่าอายุจะถึง 84 ปี กันเลยทีเดียว เรียกได้ว่า เริ่มต้นที่ดี และคุ้มต่อการลงทุนระยะยาว          การซื้อประกันของที่นี่จะต้องซื้อควบคู่กับตัวสัญญาหลักตามกฎเกณฑ์ที่บริษัทได้มีการกำหนดเอาไว้ ซึ่งตัวหลักนั้นก็ต้องไปดูกันอีกทีว่า จะเป็นสัญญาแบบไหนนั่นเอง งเงินสำหรับการคุ้มครองนั้นให้สูงถึง 1.2 ล้านบาทต่อปี และยังมีการปรับเพิ่มเป็น 2 ล้านบาทต่อปี เมื่อเด็กมีอายุ 11...

Read more

babyfood, babyfun, babytalk, พัฒนาการลูกน้อย -

          ให้ลูกเรียนโรงเรียนไหนดี? นี่อาจจะเป็นคำถามยอดฮิตสำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ก็เป็นได้ เนื่องจากว่า นอกจากเราจะเลี้ยงลูกของเราด้วยความรักความเอาใจใส่ของเราแล้ว เขาจะต้องได้รับการศึกษาที่ดีอีกด้วย และนั่นก็เกิดเป็นคำถามที่ว่า แล้วเราจะเลือกโรงเรียนไหนให้ลูกของเราเรียนดี           หากคำถามนี้คุณพ่อคุณแม่กำลังต้องการคำตอบ เราอาจจะไม่ต้องคิดหาข้อมูลเองมากเท่าไหร่ เราอาจจะแอบไปลอกเหล่าดาราคนดังเอาเลยก็ได้ เพราะพวกเขาเลือกโรงเรียนให้ลูก ก็ต้องศึกษาหาข้อมูลมาก่อนเราอย่างแน่นอน หากเหล่าดารามั่นใจให้ลูกของพวกเขาเข้าเรียนโรงเรียนไหน แสดงว่า ที่นั่นต้องไม่ธรรมดาแล้วละ           การลอกข้อมูลพ่อแม่ดาราคนดัง อาจจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับข้อมูลการตัดสินใจสำหรับโรงเรียนของลูกๆ คุณก็เป็นได้ ถ้าอย่างนั้นอย่ารอช้า เราไปดูกันดีกว่า ว่าเหล่าคนดังทั้งหลาย ส่งลูกเรียนโรงเรียนไหนกันบ้าง ค่าเทอมอยู่ที่เท่าไหร่กันเอ่ยโรงเรียนนานาชาติเวลลิงตันคอลเลจ กรุงเทพฯ ค่าเทอม 500,000 บาทต่อปี           ผู้ที่เลือกโรงเรียนนานาชาติเวลลิงตันคอลเลจ กรุงเทพฯ นี้ให้แก่ลูกน้อยนั่นก็คือ คุณพ่อ บี้ เคพีเอ็น ธรรศภาคย์ ชี และคุณแม่ กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ นั่นเองค่ะ ที่เลือกโรงเรียนแห่งนี้ให้น้องเป่าเปา ได้เข้าศึกษาพัฒนาศึกยภาพด้านการเรียนรู้ น้องเป่าเปาเรียนที่นี่ หากคุณสนใจก็ลองเข้าไปศึกษาข้อมูลโรงเรียนกันได้นะคะ เผื่อสนใจให้ลูกๆ ของคุณเรียนที่เดียวกับน้องโรงเรียนนานาชาติกีรพัฒน์ 270,000-440,000 ต่อปี           ครอบครัวที่ไว้ใจให้โรงเรียนนานาชาติกีรพัฒน์ได้ดูแลเรื่องการศึกษาให้ลูกๆ ทั้ง 3 คนของเขานั่นก็คือ คุณพ่อ เปิ้ล นาคร และคุณแม่ จูน กษมา นั่นเอง ซึ่งทั้ง ออกัส ออก้า และออกู๊ด ก็ได้เข้าเรียนที่นี่ทั้ง 3 คนเลย เรียกได้ว่า บ้านนี้ทั้งบ้านไว้วางใจให้ที่นี่ดูแลลูกๆ ของเขาถึง 3 คนเลยทีเดียว แบบนี้พ่อแม่ลองศึกษาข้อมูลโรงเรียนนี้กันได้นะ เผื่อเป็นอีกหนึ่งตัวเลือก ที่คุณต้องการก็เป็นได้ โรงเรียนนานาชาติเชียงใหม่ 300,000 บาทต่อปี      ...

Read more

babyfood, babymoov, cutebaby, อาหารตั้งครรภ์ -

          ข่าวดีของดาราช่วงนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องของการตั้งครรภ์ เพราะช่วงนี้ดาราหลายต่อหลายท่านนั้น ก็แต่งงานกันไปเสียส่วนใหญ่แล้ว หลายคู่ก็รอลูกน้อยมาเป็นเวลานาน หลังจากที่อยู่กับสองคนพ่อแม่ ต่อไปก็มีคุณลูกมาเพิ่มอีกคนแล้ว มาดูกันว่า บ้านไหน กำลังจะมีว่าที่สมาชิกคนใหม่กันน้าเจนนี่ รัชนก สุวรรณเกตุ (เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น)           ว่าที่คุณแม่คนเก่ง ที่มีดีกรีเป็นถึงนักร้อง และเจ้าของค่ายเพลง ได้หมดถ้าสดชื่น "เจนนี่ รัชนก สุวรรณเกตุ" หรือที่ทุกคนรู้จักกันใน "เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น" นอกจากจะร้องเพลงเพราะ เป็นเจ้าของค่ายเพลงแล้ว เธอยังเป็นว่าที่คุณแม่มือใหม่อีกด้วย           หลังจากตั้งท้องมาได้สักพัก ก็ออกมาแจ้งให้ทราบว่า กำหนดคลอดของคุณแม่นักร้องสาวนั้นคือ วันที่ 5 มิถุนายน 2022 ซึ่งเธอ และสามี " ยิว ฉัตรมงคล " รอไม่ไหวแล้วที่จะเห็นหน้าลูกสาวคนแรกของพวกเขา           ซึ่งฝ่ายคุณพ่อมือใหม่นั้นได้เห่อลูกสาวคนแรกเอามากๆ หลังจากได้ทราบกำหนดคลอดแล้ว คุณพ่อก็ได้ทำการตั้งชื่อลูกสาวคนแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นั่นก็คือ "น้องยูจิน" ซึ่งคนเป็นพ่อนั้นก็ทนไหม่ไหวอยากให้ลูกสาวรีบๆ ออกมาเรียกป่ะป๊า ใจจะขาดแล้วหญิง พลอยชมพู           เป็นอีกหนึ่งว่าที่คุณแม่มือใหม่ สำหรับน้องสาวของสองหนุ่มฝากแฝด "กอร์ฟ-ไมค์" ทีเพิ่งจะออกมาทำการประกาศข่าวดีเมื่อไม่นานมานี้ว่า กำลังตั้งท้องกับสามีหนุ่ม ที่เพิ่งจะทำการจดทะเบียนสมรสไปเมื่อเดือนธันวาคม ปีที่แล้ว           หลังจากที่จดทะเบียนสมรถไปเมื่อปลายปีที่แล้ว ทางน้องสาวของนักร้องหนุ่มฝาแฝด "กอร์ฟ-ไมค์" อย่าง "หญิง พลอยชมพู" ก็ได้ออกมาประกาศแล้วว่า ไม่น่าเชื่อเลยว่า เธอกำลังมีตัวเล็กอยู่ภายในท้องของเธอ ซึ่งทำเอาพี่ชาย และแฟนคลับต่างร่วมยินดีกันถ้วนหน้า           แม้ว่าสถานการณ์โควิดจะทำให้ทั้งคู่ไม่สามารถจัดงานแต่งงานที่ประเทศไทยได้ แต่ทั้งคู่ก็มีเรื่องยินดีมาให้แฟนคลับที่ประเทศไทยได้ร่วมยินดีกัน ถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งค่ะเอ๊ะ ศศิกานต์...

Read more

child development, costume, dojo, pretend play, roles playing, พัฒนาการลูกน้อย -

THE IMPORTANCE OF PRETEND PLAY IN CHILD DEVELOPMENT ความสำคัญของการเล่นบทบาทสมมติกับพัฒนาการของเด็ก ลูกน้อยของคุณชอบในการเล่นบทบาทสมมติ (pretend play / role-playing) หรือไม่ ?เรามาดูไปพร้อมๆกันได้เลยค่ะ ว่าการเล่นสมมตินั้นสามารถกระตุ้นพัฒนาการเด็กขณะที่เรียนรู้ระหว่างการเล่น การแสดงกิจกรรมสมมติในบทบาทต่างๆ ได้มากน้อยแค่ไหน เพราะในยามที่เด็กกำลังเล่นขายของ เปิดร้านอาหาร เดินไปมาในรองเท้าของผู้ใหญ่ หรือแม้แต่การอาศัยจินตนาการสร้างดินแดนสมมติในฝัน โลกแฟรี่เทลต่างๆ นั้นล้วนแล้วแต่เป็นการลับสมองฝึกทักษะการแก้ไขปัญหา การร่วมมือประสานงานกันหาทางแก้ และการฝึกทักษะทางความคิด ทั้งสิ้นการที่คุณจะสามารถพบเจอ ตำรวจ สัตวแพทย์ พนักงานบริษัท เจ้าหญิง ครูสอนคาราเต้ หรือแม้แต่เชฟทำอาหารที่สามารถยิ้มแย้มอยู่ร่วมกันในสถานที่และช่วงเวลาเดียวกัน นอกจากที่นี่ที่เปลี่ยนเสมือนห้องเรียนของเด็กๆนั้น ไม่มีอีกแล้วคนอื่นอาจจะคิดว่า การเล่นสมมติ ไม่ว่าจะในบ้าน หรือในห้องเรียน เหล่านี้ที่ดูเผินๆก็สนุกดี แล้วก็อาจจะคิดไปว่า แท้จริงมีประโยชน์สำหรับเด็กมั้ย แต่หารู้ไม่ ในความจริงของจินตนาการที่สามารถเปลี่ยนกระบะทรายให้เป็นลานขุดหาไดโนเสาร์เหล่านี้ ล้วนแล้วแต่เป็นการอัพสกิลการแก้ปัญหา เรียนรู้ที่จะสามัคคี และสร้างทักษะทางความคิดได้อย่างคล่องแคล่วอย่างมีสาระได้ทั้งสิ้น Dr. Scott Kaufman ( นักเขียน และ cognitive scientist ชื่อดัง) ได้ให้ความสำคัญของการเล่นบทบาทสมมติในบทความ Psychology Today ปี 2012 ว่า มีงานค้นคว้าวิจัยหลายๆชุด ที่พบคุณประโยชน์ต่างๆของการเล่นสมมติในเด็กที่มีอายุประมาณ ขวบครึ่ง-2 ขวบ ไปจนถึง 7-8 ขวบ แท้จริงแล้วอะไรคือการเล่นสมมติ (pretend play) และการเล่นเหล่านี้สามารถช่วยเด็กได้อย่างไร ช่วยให้เด็กเรียนรู้ ในตัวเองและโลกภายนอก Learn about themselves and the world. ประสบการณ์การเล่นละครสมมติ จะเป็นสิ่งแรกที่ช่วยให้เด็กเรียนรู้ว่าตัวเองชอบหรือไม่ชอบอะไร ความสนใจ และความสามารถที่ตนเองมี เด็กๆจะทำการทดลองผ่านการแสดงในแบบของตัวเอง จากการสังเกตสิ่งรอบตัว ที่ตัวเองชอบหรือสนใจ ยกตัวอย่างง่ายๆ จากตุ๊กตา ที่เด็กเล่น ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว ตุ๊กตาที่เด็กเลือกมักจะสะท้อนสิ่งที่เด็กสนใจ หรือสิ่งทีเด็กต้องการนำเสนอไอเดียความรู้สึกของตัวเองออกมา   เรียนผูกก็ต้องเรียนแก้ เพราะปัญหา คือชีวิต (การจำลอง อารมณ์สมมติที่แตกต่าง...

Read more