News RSS

เด็กร้องไห้นอน -

    เมื่อ พูดถึงการนอนของลูก เชื่อว่าพ่อแม่หลาย ๆ ท่านคงมีคำถามเกี่ยวกับการนอนของลูกกันอยู่ไม่น้อย เช่น เด็กควรนอนวันละกี่ชั่วโมง ควรปลุกให้ดื่มนมตามเวลาหรือไม่ เด็กจะนอนได้ทั้งคืนโดยไม่ตื่นมากินนมตอนอายุเท่าไร แล้วทำไมเด็กเล็ก ๆ บางคนตื่นบ่อยและโยเยตอนกลางคืน หรือไม่ยอมนอน ต้องอุ้มกล่อมหรือป้อนนมทุกครั้ง               คำถามเหล่านี้ ทีมงาน Life & Family มีคำแนะนำดี ๆ จาก พญ.ศุภรัตนา คุณานุสนธิ์ กุมาร แพทย์ โรงพยาบาลเวชธานีมาคลายข้อสงสัยกัน โดยปัญหาการนอนของเด็กตั้งแต่วัยขวบปีแรกจนถึงเด็กโตนั้น เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย ๆ ประมาณ 1 ใน 5 ถึง 1 ใน 4 ของเด็กวัยก่อน 3 ปีแรกจะพบว่ามีอาการหลับยากและมักตื่นกลางดึกบ่อย ๆ เด็กวัย 3-5 ปี มักกลัวความมืด กลัวเสียงดัง กลัวการนอนคนเดียว ช่วงวัย 10 ปีแรกอาจพบว่ามีการฝันร้าย หรือตื่นกลัวตอนกลางคืน และพบบ่อยที่สุดในช่อง 5-7 ปี ซึ่งพบประมาณร้อยละ 1-4               สำหรับการนอนหลับจะแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ REM (Rapid eye movement) และ NREM (Non-rapid eye movement) สำหรับระยะการนอนหลับช่วง REM Sleep การหลับจะเป็นแบบตื้น ๆ ร่วมกับการกรอกตาไปมาอย่างรวดเร็ว กล้ามเนื้อจะผ่อนคลาย ชีพจรและการหายใจอาจไม่สม่ำเสมอ ความฝันจะเกิดในช่วงนี้ ส่วน NREM Sleep ชีพจรและการหายใจจะช้าลง สม่ำเสมอ การเคลื่อนไหวลำตัวจะน้อยที่สุด เป็นช่วงที่อวัยวะต่าง ๆ ได้หยุดพักมากที่สุด REM Sleep ในเด็กแรกเกิดจะเกิดประมาณร้อยละ 50 ของการนอนและลดลงอายุ 5 ปีจะเท่ากับผู้ใหญ่คือ ร้อยละ...

Read more

กรดไหลย้อนเด็ก -

กรดไหลย้อนเจ้าตัวเล็กก็เป็นได้ กรดไหลย้อนในทารกคืออะไร ภาวะ ที่กรดในกระเพาะไหลย้อนมาในหลอดอาหาร ทำให้เกิดการอักเสบของหลอดอาหาร ซึ่งจะทราบได้จากการที่ทารกมีอาการแหวะนม ซึ่งปกติทารกในขวบปีแรก อาจจะมีการแหวะนมเพียง นิดหน่อยก็คงไม่ต้องกังวล แต่หากว่าลูกมีอาการแหวะนมที่ผิดปกติ เช่น แหวะนมออกมาเยอะมากหรือแหวะนมบ่อย อาจเป็นสัญญาณของโรคกรดไหลย้อน นอกจากนี้ยังมีภาวะกรดไหลย้อน ที่ ไม่สามารถสังเกตอาการได้จากการแหวะนม เช่น ปอดอักเสบแบบเป็นๆ หายๆ, การไอเรื้องรัง, ไอเสียงดังหรือหายใจเสียงดังมากๆ เป็นต้น สาเหตุของการเกิดกรดไหลย้อน กรด ไหลย้อนจากกระเพาะสู่หลอดอาหาร ในเด็กเกิดจากกล้ามเนื้อหูรูดส่วนปลายของหลอดอาหาร (ทำหน้าที่เปิดให้อาหารลงสู่กระเพาะอาหารและปิดเมื่อกินอาหารเสร็จ) ยังไม่แข็งแรง เมื่อ ลูกอิ่มนมเสร็จแล้วหูรูส่วนปลายหลอดอาหารปิดไม่ สนิท จึงทำให้นมหรืออาหารรวมทั้งกรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมา ทำให้ลูกมีอาการต่างๆ เหล่านี้ค่ะ อาการของทารกที่มีภาวะกรดไหลย้อน -แหวะนมหรืออาเจียนบ่อยและรุนแรง -ปฏิเสธการป้อนนมหรืออาหาร -ลูกแสดงความรู้สึกหงุดหงิดง่ายหรือร้องกวนมากกว่าปกติ มักจะเป็นหลังการป้อนนมหรืออาหาร -น้ำหนักลดหรือไม่ขึ้นตามเกณฑ์ -ไอบ่อย ไอเรื้อรัง และหายใจเสียงดังหรือหายใจลำบาก -ลูกมีอาการกลั้นหายใจหรือไม่ หายใจในช่วงที่เกิดภาวะกรดไหลย้อน นอก จากนี้ยังอาจมีอาการแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น เลือดจาง อาเจียน เป็นเลือด เสียงแหบ ปอดติดเชื้อบ่อยๆ หรือหอบหืด โดยที่ไม่มีอาการแหวะนมเลย หากลูกมีอาการต่างๆ ดังนี้ ควรปรึกษาคุณหมอ โรคทางเดินอาหาร เพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษาให้ถูกต้องต่อไปค่ะ ป้องกันกรดไหลย้อนให้ลูกได้ง่ายนิดเดียว -ให้นมมื้อละน้อย แต่บ่อยขึ้น -ปรับท่าการให้นมลูก คือต้องยกหัวให้สูงขึ้นกว่าปกติ -อุ้มลูกเรอทุกครั้งหลังกินนม จะช่วยลดภาวะกรดไหลย้อนได้ -ให้ ลูกนอนหัวสูงสัก 15-30 องศา และตะแคงซ้าย เพราะกระเพาะอาหารอยู่ค่อนทางซ้ายจะได้อยู่ต่ำกว่าหลอดอาหาร เพื่อกันไม่ให้กรดไหลย้อนขึ้นมาที่หลอดอาหารได้ โดยใช้หมอนยันตัวลูกไว้ไม่ให้พลิกมานอนหงาย -หมั่นสังเกตอาการที่อาจเป็น สัญญาณเตือนว่ามีภาวะแทรกซ้อนแล้ว เช่น หอบหืด ไอเสียงดัง ไอเรื้อรังหรือว่ามีปอดอักเสบบ่อยๆ ขอขอบคุณข้อมูลจากMother & Care

Read more

post-pregnancy, สุขภาพ -

การดูแลตัวเองหลังการคลอดบุตร           สิ่งที่ต้องทำอันดับแรกคือ การดึงเอาน้ำในร่างกายที่คั่งตอนตั้งครรภ์ออกให้มากที่สุด โดยการให้เหงื่อออกให้มากๆ เช่น การอบซาวน่า หรือการอยู่ไฟ เพื่อจะได้ขับน้ำที่คั่งอยู่ระหว่างชั้นกล้ามเนื้อลึกๆ ได้ถูกขับออกมาด้วย แล้วตามด้วยการกระตุ้นกล้ามเนื้อให้หดตัวได้เต็มที่ เช่น การบริหารกล้ามเนื้อเฉพาะมัด ( Deep muscle Exercises) ไม่ เช่นนั้นการดึงน้ำออกอย่างเดียวก็จะเกิดปัญหาหย่อนคล้อย ห้อย เหี่ยวย่นมาก โดยเฉพาะหน้าท้อง สะโพก ต้นขา ฯลฯ การบริหารแบบนี้จะทำให้กล้ามเนื้อกระชับและได้สัดส่วนกลับมาเหมือนเดิม แต่หากมีปัญหาปวดหลังเรื้อรังจากการตั้งครรภ์ ควรรีบปรึกษาผู้เชี่ยวชาญแต่เนิ่นๆ เพราะหากปล่อยไว้ จะแก้ยากมากขึ้น เนื่องจากผู้ปวดเรื้อรังส่วนใหญ่ไม่ใช่การปวดกล้ามเนื้อธรรมดาทั่วไป แต่เป็นการปวดร้าวเพราะโครงสร้างร่างกายและฮอร์โมนที่เปลี่ยนไปด้วย   แต่สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงก็คือใน 1-2 สัปดาห์ แรกแม้คลอดเองก็ไม่ควรยกของหนัก หรือยกเวตหนักๆ เพราะจะมีผลต่อแรงดันในช่องท้องสู่ช่องคลอด หากต้องการออกกำลังในช่วงนี้ก็คือ การเคลื่อนไหวบ่อยๆ เบาๆ ด้วยการเดิน ยืนบ่อยๆ โดยเฉพาะการแขม่วหน้าท้อง ให้หน้าท้องยุบเร็วขึ้น ขมิบก้น ขมิบช่องคลอดบ่อยๆ เพื่อให้เข้าที่ได้เร็วยิ่งขึ้น ไม่ห้อยหย่อนคล้อย ซึ่งเป็นการออกกำลังที่ทำได้ตลอดเวลา  

Read more